อเบเบ บิกิล่า : นักวิ่งเท้าเปล่าที่พิชิตโอลิมปิก

18/11/2019 Admin Official 454 views

นี่เป็นการเขียนบทจากพระผู้เป็นเจ้าที่เกิดขึ้นจริงกับกับ อเบเบ บิกิล่า นักวิ่งชาวเอธิโอเปีย ที่คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกปี 1960 ที่มีจุดกำเนิดจากการไม่รู้เรื่องเนื้อรู้สึกตัวแล้วก็ไหลไปตามกระแสที่ชะตาชีวิตแบบงงงันๆไม่ว่าเรื่องอะไรมันก็ดูราวกับว่าบังเอิญแล้วก็เปิดโอกาสให้เขาเกิดขึ้นมาเพื่อยิ่งใหญ่เสมอ

อเบเบ บิกิล่า

การทำงานหนักทุกวันแต่ว่ามองไม่เห็นว่าชีวิตของตนและก็คนที่อยู่รอบข้างจะดียิ่งขึ้นทำให้ อเบเบ ในวัย 15 ปี เริ่มจ้องดูพินิจพิเคราะห์ถึงสิ่งที่ตัวเราเองทำว่ามันยอดเยี่ยมแล้วหรือ การเลี้ยงแกะในทุ่งกว้างที่แสนสบายแต่ยังจำเป็นต้องอดอยากแบบงี้?

ว่าแล้วเขาก็เริ่มรู้เรื่องรู้สึกว่า มันควรมีอาชีพป้อมคงจะกว่านี้แล้วก็ใช้สิ่งที่มีต่อยอดให้ได้ โน่นเป็นกำลังของเขาเอง

อเบเบ จำเป็นต้องเลี้ยงแกะตลอดทั้งวัน เดินต้อนแกะจากตอนเช้าจนถึงเย็น โน่นก็เลยทำให้ร่างกายเขาเข้มแข็งโดยไม่ทันรู้ตัว รวมทั้งเมื่ออายุได้ 16 ปี เขาเข้าไปทดลองเพื่อขึ้นทะเบียนทหารในสังกัดกองทัพ เอธิโอเปีย ซึ่งท้ายที่สุดร่างกายที่สะสมพลังมานานมากก็ทำให้เขาได้ขึ้นตรงต่อในหน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของวงศ์สกุลเอธิโอเปียอย่างยิ่งจริงๆ

ความปลื้มใจกับหน้าที่การงานแล้วก็การคลังที่ดียิ่งขึ้นมิได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเขามากสักเท่าไรนัก เมื่อก่อนเขาบางครั้งอาจจะเดินต้อนฝูงแกะ แต่ว่าภายหลังจากได้งานนี้เขาจำเป็นต้องเดินเท้าจากบ้านไปดำเนินการในเมือง แอดดิส อบาบา ที่เป็นเมืองหลวงของเอธิโอเปีย เป็นระยะเวลากว่า 20 กิโลในวันแล้ววันเล่า กระทั่งสิ่งที่เขารู้สึกว่ามันคือเรื่องธรรดามิได้ยากเย็นแสนเข็ญอะไรก็ไปกระทบสายตาใครสักคนเข้า

เนื่องแต่การประลองโอลิมปิกในสมัยสัก 50-70 ปีกลายนั้นเป็นการชิงชัยเพื่อความเป็นสุดยอด มิได้เปิดทางให้นักกีฬาอาชีพเข้าไปล่ารางวัลอยู่แล้ว ฉะนั้นชาติที่มิได้มีอำนาจรวมทั้งทรัพยากรมนุษย์มากไม่น้อยเลยทีเดียวหลายๆประเทศ รวมทั้ง เอธิโอเปีย ก็เลยจำต้องส่งกลุ่มของผู้คนที่หนักแน่นที่สุดในประเทศไปแข่ง ซึ่งซึ่งก็คือทหาร โดยเหตุนั้นเองวงศ์สกุลเอธิโอเปียก็เลยได้ว่าจ้าง ออนนี่ นิสค้างเน่น อดีตกาลนักวิ่งกลุ่มชาติประเทศฟินแลนด์ มาปฏิบัติงานภายใต้ตำแหน่ง "แมวมอง" รอสอดส่องหาทหารที่มีประสิทธิภาพพอที่จะไปแข่งในเวทีระดับนานาชาติในฐานะผู้แทนของประเทศได้

หน้าที่ของ นิสติดอยู่เน่น เป็นการหานักกีฬากลุ่มกรีฑาไปแข่งขันในโอลิมปิกปี 1960 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งตอนแรกเขาได้จัดเตรียมในส่วนของกลุ่มวิ่งระยะไกลได้ครบทุกตำแหน่งแล้ว แต่ว่าดวงของ อเบเบ มันเป็นดวงระดับดารานำชายของเรื่อง ถึงแม้ว่าจะทั้งหมดทุกอย่างได้ถูกวินิจฉัยไว้ก่อนแล้วหลังจากนั้นก็ยังสามารถเปลี่ยนได้เสมอ

ก่อนโอลิมปิกจะเริ่มแข่งขันไม่กี่วัน นักวิ่งที่ผู้ฝึกสอน นิสค้างเน่น วางตัวไว้ให้เป็นตัวชูโรงที่มีชื่อว่า วามี่ บิราตู กลับจำเป็นต้องถอนตัวเร่งด่วนจากลักษณะของการป่วยหนัก (มิได้บอกว่าเป็นโรคอะไร) จนกระทั่งขั้นไม่สามารถที่จะไปแข่งขันได้ ผู้ฝึกสอน นินติดอยู่เน่น ก็เลยเรียกตัวสำรองอย่าง อเบเบ ในวินาทีท้ายที่สุด ... โดยที่เขามิได้เตรียมอะไรเลย

เหตุการณ์ก่อนบินไป อิตาลี นั้นวุ่นวายมากมาย อเบเบ โดนเรียกตัวแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ด้วยเหตุนี้เขาก็เลยรีบเข้าไปที่ศูนย์ฝึกฝนเพื่อเลือกรองเท้า ปรากฎว่าครั้งนี้โชคไม่เข้าข้าง

adidas เป็นแบรนด์ที่ส่งเสริมกลุ่มวิ่งของ เอธิโอเปีย เรื่องมันมีอยู่ว่า adidas มอบรองเท้ามาตามลิสต์ที่ผู้ฝึกสอน นิสค้างเน่น สั่งไว้ ฉะนั้น อเบเบ ก็เลยไม่มีรองเท้าไซส์ของตนเลย

เขาทดลองเดินหาและก็เลือกเอารองเท้าของ บิราตู ที่ถอนตัวออกไปๆมาๆสวมมอง ปรากฎว่าเมื่อได้ทดลองใส่วอร์มแล้่วมันกำเนิดไม่เข้าทีขึ้นมา เขาก็เลยบอกกับผู้ฝึกสอนว่า "ไม่เอารองเท้าได้ไหม?" โน่นทำให้ทุกคนงงงวยไปตามๆกัน และก็ถามเขาว่าจะวิ่งเท้าเปล่ากับนักแข่งขันระดับหัวแถวของโลกใช่หรือ? คำตอบเป็น "จริง" เขามิได้ยั่วเล่น อเบเบ ฝึกกับเท้าเปล่ามาตลอด เพราะฉะนั้นงานนี้เขาเลือกจะทำในสิ่งที่ถนัดที่สุด

เมื่อถึง อิตาลี เขาดูอย่างกับว่าชายหนุ่มซื่อจากดินแดนไกลไม่มีไม่ถูก เขาไม่เคยวิ่งแข่งแบบจริงๆจังๆเลย แต่ว่าคราวแรกของเขากลับกลายมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ แต่หากแม้จะซื่อแม้กระนั้นเขาก็มีสติสัมปชัญญะ เมื่อเขาไม่มีประสบการณ์สิ่งที่ควรจะทำที่สุดเป็นการเชื่อผู้ที่เคยผ่านการแข่งขันชิงชัยระดับที่ถือว่าสูงมาก่อน ซึ่งมันก็คือ ผู้ฝึกสอนนิสติดอยู่เน่น อเบเบ ตั้งใจฟังทุกคำที่ผู้ฝึกสอนสอนรวมทั้งตั้งอกตั้งใจว่าจะเอาอย่างแผนที่ผู้ฝึกสอนของเขาวางมาให้ทุกระแทรกนิ้ว

ก่อนลงแทร็กจริง ผู้ฝึกสอนนิสติดอยู่เน่น รู้ดีว่านักกีฬาของเขาปรารถนาข้อเสนอท้ายที่สุดที่สั้นๆรวมทั้งเข้าใจง่ายที่สุด เขาก็เลยสรุปสาระสำคัญมาเพื่อส่งต่อให้ อเบเบ ว่า "เอางี้ นายมองไอ้เบอร์ 26 ไว้ดีๆหายใจรดก้านคอมันไว้อย่าให้หมอนั่นฉีกนายเด็ดขาด" ถ้าเกิดมีเสียงบันทึกไว้มั่นใจว่า อเบเบ น่าจะตอบว่า "ครับผม" จริงแท้แน่นอน เขารับคำสั่งท้ายที่สุดมาแล้วเวลานี้ก็เหลือเพียงทำตามอย่างเรื่องแล้วก็ปิดจ็อบด้วยฝีเท้าของตนแค่นั้น

เลขลำดับ 26 ที่ผู้ฝึกสอน นิสติดอยู่เน่น เอ่ยถึงเป็นนักกีฬาจากโมร็อคโคที่ชื่อว่า ราห์ดี้ เบน อับเดสซาเลม ซึ่งเป็นตัวเต็งสำหรับเพื่อการแข่งขันชิงเหรียญทองมาราธอนคราวนี้ ถ้าหาก อเบเบ ตามติด "เบอร์ 26" ได้ตลอด เอธิโอเปีย ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีปาฏิหาริย์สำหรับการคว้าเหรียญทองนี้

เบอร์ 26 อเบเบ บิกิล่า ล่องหน?

อเบเบ บิกิล่า

ผู้ตัดสินเรียกนักกีฬาทุกคนเข้ารับตำแหน่งแล้วก็ส่งสัญญาณผ่านเสียงปืนดัง ปั้ง! อเบเบ นักวิ่งเท้าเปล่าผู้เดียวในแทร็กออกสตาร์ทด้วยความเร็วดังที่ฝึกซ้อมไว้ แล้วต่อจากนั้นเขากำลังมองหานักวิ่งที่ชื่อว่า ราห์ดี้ เบน อับเดสซาเลม จากที่ผู้ฝึกสอนบอก แต่ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือชายหนุ่มซื่อจากเอธิโอเปียจำไม่ได้ว่าเค้าหน้าของผู้ที่ให้วิ่งตามเป็นยังไง หุ่นของเขาเป็นแบบไหน เพราะว่าเขามัวแต่วุ่นวายกับเรื่องรองเท้าที่หลายท่านมานะจะแออัดยัดเยียดให้เขาใส่ลงแข่งขัน ซึ่งกว่าที่จะคัดค้านกันเสร็จว่าจะวิ่งเท้าเปล่า เขาก็ลืมหน้า ราห์ดี้ ไปเสียแล้ว

แม้กระนั้นช่างเถอะ อเบเบ ยังเหลือพื้นที่ความจำให้กับบางข้อมูลที่ผู้ฝึกสอนบอก แม้ว่าจะลืมใบหน้าแต่ว่าเขาจำเบอร์ได้ถูกต้องแม่นยำ "เลขลำดับ 26" เพียงแค่เบอร์นี้ก็พอเพียงแล้ว เขาวิ่งไปก็มองหาไป แม้กระนั้นแปลกที่ดูอย่างไรก็มองไม่เห็นเลขลำดับ 26 สักครั้ง

ผ่านมาแล้ว 10 กิโล, 20 กม. รวมทั้ง 30 กม. ก็ยังไม่พบนักวิ่งผู้ที่ว่า เขาชักเริ่มสงสัยแล้วว่าไอ้ลำดับที่ 26 ที่ผู้ฝึกสอนว่ามันล่องหนได้หรือเช่นไร?

ยิ่งหาไม่พบเขาก็ยิ่งเร่งฝีเท้า แต่ว่าที่ชักชวนฉงนใจเป็นเพราะอะไรนักวิ่งที่ได้ Bib (เบอร์วิ่ง) เลข 185 ซึ่งมิได้อยู่ในลิสต์ที่ผู้ฝึกสอนนิสค้างเน่นวางไว้กลับตีคู่กับเขามาตลอด ความเป็นจริง นักวิ่งเลขลำดับ 185 ก็คือ ราห์ดี้ เบน อับเดสซาเลม ที่จะต้องใช้ Bib สำหรับการแข่งขันกรีฑาประเภทลู่ แทน Bib สำหรับรายการมาราธอนก่อนเริ่มแข่งขัน เพราะว่าเขาหา Bib เบอร์ 26 ไม่พบนั่นเอง

มันเป็นความบังเอิญอย่างกับภาพยนตร์อีกที เพราะเหตุว่าการมองหาเบอร์ 26 ทำให้เขาแซงทุกคนจนตราบเท่าไม่เหลือใครกันแน่ให้แซง และก็จังหวะในที่สุดก็เหลือเขากับ ราห์ดี้ ที่บี้กันจนกระทั่งเส้นชัย

แน่ๆว่าในเมื่อบทมันถูกเขียนมาถึงขนาดนี้แล้วผู้ชนะคงเป็นคนใดกันไปมิได้ นอกเสียจาก อเบเบ ดารานำชายของเรื่อง เขาระเบิดสปีดหนสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย คว้าเหรียญทองให้กับ เอธิโอเปีย ได้เสร็จจนได้ และก็เมื่อรับเหรียญทองเขาก็พึ่งได้ทราบว่าเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นอยู่กับเขามันยิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะว่าเขาแปลงเป็นแอฟริกันผิวดำคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้

เรื่องราวของชายเท้าเปล่าผู้ชนะนักวิ่งจากทั้งโลกแปลงเป็นที่พึงพอใจของสื่อขึ้นมา ทุกคนรุมสัมภาษณ์เขา แต่ทว่าทีนี้ไม่มีเรื่องราวความบังเอิญหรือเรื่องแปลกๆจากปากเขาแล้ว อเบเบ ให้สัมภาษณ์ด้วยรายละเอียดที่ทรงอำนาจสมเกียรติกับความโหฬารที่เขาได้สร้างเอาไว้ในคราวนี้

ภายหลังกลับประเทศในฐานะวีรบุรุษเหรียญทอง อเบเบ ก็เริ่มลงแข่งขันในรายการมาราธอนต่างๆรวมทั้งโอลิมปิกปี 1964 ที่กรุงเมืองโตเกียว ญี่ปุ่นด้วย ซึ่งคราวนั้นเขาสามารถคว้าเหรียญทองแล้วก็ทำลายสถิติโลกด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 12 นาที 11 วินาที โดยโอกาสนี้ เขาสวมรองเท้าวิ่งของ PUMA ไม่เหมือนกับ 4 ปีกลาย

เมื่อมีคนถามเขาว่ารู้สึกยังไงกับการแข่งขันคราวนี้ เขาบอกด้วยประโยคแชมเปี้ยนว่า "สบายๆจะให้วิ่งอีก 10 กม.ก็ยังไหว"

นอกจากนั้น เจ้าตัวกลับมาแข่งขันอีกรอบในโอลิมปิก 1968 ที่กรุงประเทศเม็กซิโก สิดี้ ประเทศเม็กซิโก แต่ว่าทีนี้เขาจำเป็นต้องออกจาการแข่งขันขั้นในตอนเข้ากิโลที่ 17 ด้วยเหตุว่ามีปัญหาการบาดเจ็บไปอย่างโชคร้าย

อย่างไรก็ดีเรื่องราวสุดฤทธิ์สุดเดชของ อเบเบ ยังไม่จบลงเพียงแค่นั้น ข้างหลังบรรลุเป้าหมายถึงระดับสูงสุด เขาก็กลับมาจุดที่โชคร้ายที่สุดเช่นกัน เพราะเหตุว่าเขาประสบพบปัญหาอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 1969 กระทั่งตนเองเป็นอัมพาต

แม้ว่าจะจำต้องพบกับจุดเปลี่ยนแปลงชีวิตอันทารุณ แต่ว่าผู้ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นผู้แสดงนำชายจะไม่ยอมแพ้กล้วยๆซึ่งสะท้อนผ่านคำบอกเล่าของอเบเบสำหรับการให้สัมภาษณ์ว่า "ในทุกการบรรลุเป้าหมาย บางคราวเรื่องโศกเศร้าก็เกิดขึ้นเป็นปกติ ผมมั่นใจว่ามันเป็นต้องการของพระผู้เป็นเจ้าที่ให้ผมชนะโอลิมปิก รวมทั้งพบอุบัติเหตุนี้ ซึ่งผมพร้อมก้มรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยความยินดี เพราะว่ามันเป็นความจริงที่เกิดกับชีวิต ผมก็แค่ดำเนินชีวิตกับมันให้สุขสบายเพียงเท่านั้น"

เขาสลับตัวเองด้วยการฝึกหัดยิงธนูแล้วก็เทเบิลเทนนิส จนกระทั่งขั้นไปแข่งขันกีฬาผู้ทุพพลภาพรวมทั้งผู้นั่งวีลแชร์นานาประเทศที่อังกฤษในปี 1970 รวมทั้งการแข่งรถเลื่อนหิมะ ซึ่งเจ้าตัวสามารถครอบครองแชมป์ในรายการสำหรับผู้ทุพพลภาพที่ประเทศนอร์เวย์ในปี 1971 อีกด้วย

ไม่ว่าชายผู้นี้เดินทางไปที่แห่งใด ก็เสมือนเช่นเดียวกันกับพระผู้เป็นเจ้าเขียนบทให้เขาเป็นผู้ชนะไปเสียทุกครั้ง แม้กระนั้นนี่เป็นชีวิตจริงไม่ใช่ในหนัง ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆสำหรับความใหญ่โตที่มีจุดเริ่มของเด็กเลี้ยงแกะคนนี้

ภายหลังจากบรรลุผลสำเร็จทั้งยังในฐานะนักกีฬาและก็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง อเบเบ ก็เสียชีวิตในปี 1973 ด้วยอาการเลือดคั่งในสมอง ซึ่งได้ผลสำเร็จกระทบจากอุบัติเหตุตอนนั้น

นี่ก็ผ่านมาแล้วกว่า 50 ปี แต่ว่าเมื่อใดก็ตามโอลิมปิกวนมาชิงชัยในแต่ละครั้ง แต่ว่าเรื่องราวของ อเบเบ ชอบถูกเอามาเล่าในเชิงสารคดีเพื่อเตือนความจำให้กับชนรุ่นลูกเสมอ

TS911 แทงบอลออนไลน์ และ คาสิโนออนไลน์ ที่มีมาตรฐานระดับโลกและได้รับความนิยมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา สมัคร วันนี้รับเครดิตฟรี!!! มูลค่าสูงสุด 1,500 บาท ศูนย์กลางเว็บแทงบอลที่ดีที่สุดอันดับ 1 สมัครแอดไลน์ @tsmember

 

<<กลับหน้าหลัก>>

Like and Shared
Tags : , , , , , ,
แสดงความคิดเห็น